สาระสำคัญภายในบทความ
นี่ไม่ใช่งานสะพานทั่วไป แต่คือระบบวิศวกรรมขนาดใหญ่ที่ทุก Phase ของการก่อสร้างสัมพันธ์กันทั้งหมด
สำหรับ SUCOOT การออกแบบนั่งร้านและแบบหล่อในโครงการลักษณะนี้ เราไม่มองเป็น “อุปกรณ์ชั่วคราว”
แต่เรามองเป็น Engineering System ทั้งระบบ

แนวคิดหลักของการออกแบบ: เริ่มจาก “เส้นทางของแรง”
จุดเริ่มต้นของเราไม่ใช่การเลือกขนาดเหล็กหรือจำนวนเสาค้ำงานสะพาน
แต่คือคำถามพื้นฐานที่สำคัญที่สุด:
โหลดทั้งหมดในแต่ละ Phase จะถ่ายลงที่ไหน และถ่ายอย่างไร?
เราวิเคราะห์งานสะพานออกเป็น 4 Phase หลัก ได้แก่
- Phase Viaduct ฝั่งไทย (11 Span)
- Phase Viaduct ฝั่งลาว (5 Span)
- Phase Pier Head กลางแม่น้ำโขง
- Phase Endspan บริเวณพื้นที่ดินถมริมแม่น้ำ

ขั้นตอนการทำงานของ SUCOOT: มืออาชีพตั้งแต่วันแรก
ก่อนเริ่มออกแบบ ทีมงานเราเข้าสำรวจ วิเคราะห์สภาพหน้างานจริง ศึกษาสภาพดิน ระดับน้ำ พื้นที่ก่อสร้าง และข้อจำกัดการเข้าทำงาน หลังจากได้รับแบบก่อสร้างสะพาน เราจึงเริ่มกระบวนการออกแบบ แบบหล่อคอนกรีต โครงสร้างนั่งร้าน
ระบบถ่ายแรง ฐานรองรับนั่งร้านลงสู่ดินหรือฟุตติ้ง เราออกแบบครบตั้งแต่ โครงสร้างด้านบนจนถึงฐานรองรับด้านล่าง
Phase 1–2: Viaduct ฝั่งไทย และฝั่งลาว
ความท้าทาย
- Span ยาว
- ปริมาณคอนกรีตมาก
- น้ำหนักสดขณะเท (Fresh Concrete Load) สูง
- ช่วงเวลาเทที่ทำให้เกิดแรงสูงสุดต่างกันในแต่ละ Stage
สิ่งที่ผู้ออกแบบต้องตอบให้ได้คือ:
- โหลดสูงสุดเกิดที่ช่วงใด?
- กรณีใดคือ Worst Case?
- แรงรวมจากคอนกรีต + แบบหล่อ + นั่งร้าน + Live Load ขณะทำงาน เท่าใด?
เราเลือกออกแบบจาก Case ที่หนักที่สุด เพื่อสร้าง Safety Margin ที่เหมาะสม
จุดแข็งของ SUCOOT
เมื่อทราบแรงที่กระทำสูงสุดแล้ว เราไม่โยนภาระการออกแบบการกระจายน้ำหนักลงดินให้ลูกค้า
แทนที่จะบอกว่า “ดินต้องรับให้ได้เอง” เรากลับออกแบบให้ลูกค้าว่า:
- ต้องใช้แผ่นคอนกรีตขนาดเท่าไร
- ความหนาเท่าไร
- เหล็กเสริมแบบใด
- เพื่อกระจายน้ำหนักจากขานั่งร้านลงสู่ดินอย่างปลอดภัย
เพราะสำหรับเรา ฐานรองรับ คือหัวใจของระบบ
Phase 3: Pier Head กลางแม่น้ำโขง
นี่คือ Phase ที่ท้าทายที่สุดของโครงการ
- Pier ตั้งอยู่กลางแม่น้ำ
- ฟุตติ้งมีความโค้ง
- ระดับน้ำเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
- มีแรงปะทะจากกระแสน้ำและเศษวัสดุที่ไหลมากับน้ำ
แนวคิดเริ่มต้นของลูกค้า คือการทำ Table Bracket ยึดกับ Pier เพื่อให้นั่งร้านลอยกลางอากาศ ซึ่งหมายถึง: งานติดตั้งยาก ความเสี่ยงสูง และต้นทุนสูง
แนวคิดของ SUCOOT
ทีมวิศวกรของเรามองเห็นความเป็นไปได้อีกแนวทางหนึ่ง เราออกแบบโครงเหล็กวางบนฟุตติ้งโดยตรง สร้างฐานรองรับแบบหล่อ Pier Head ทั้ง 4 Pier กลางแม่น้ำ
ข้อดีที่เกิดขึ้น:
- ขั้นตอนทำงานง่ายขึ้น
- ลดงานทำที่สูง
- ลดความเสี่ยง
- ลดต้นทุน
- เพิ่มเสถียรภาพระบบ
และที่สำคัญที่สุดเราคำนึงถึงระดับน้ำแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงในบางฤดู เราจึงออกแบบระบบเหล็กเชื่อมล็อคฐานนั่งร้าน ป้องกันแรงปะทะจากกระแสน้ำและวัสดุลอยน้ำ นี่คือการออกแบบที่มองทั้ง “โครงสร้าง” และ “สภาพแวดล้อม”
Phase 4: Endspan และความเสถียรของดินถม
ช่วงสุดท้ายของงาน เราได้รับโจทย์สำคัญ:
- มีการถมดินเข้าเขตแม่น้ำ
- เสี่ยงต่อการกัดเซาะของสโลป
- เมื่อมีการเทคอนกรีต แรงจะถ่ายลงดินอย่างไร?
- สโลปจะยังคงเสถียรหรือไม่?
SUCOOT ไม่หยุดแค่การออกแบบนั่งร้าน เราให้ทีมวิศวกรทบทวน วิเคราะห์เสถียรภาพดิน ประเมินแรงกระทำและผลกระทบต่อสโลป
ผลลัพธ์คือ:
- ระบบปลอดภัย
- ดินมีเสถียรภาพ
- การก่อสร้างดำเนินได้อย่างมั่นใจ
ความสำเร็จของโครงการ
โครงการนี้ SUCOOT ไม่เพียงออกแบบ แต่เราเข้าไปควบคุม ตรวจสอบ และกำกับการติดตั้งนั่งร้านและแบบหล่อทุก Phase ผลลัพธ์ที่เราภูมิใจที่สุดไม่ใช่แค่โครงสร้างที่สำเร็จแต่ คือ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น = 0
SUCOOT ไม่ได้ขายนั่งร้าน
เราสร้าง “ระบบความปลอดภัยทางวิศวกรรม” ในโครงการอย่างงานสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5
ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่เหล็กเส้นใหญ่กว่าใคร แต่อยู่ที่ว่า ใครเข้าใจเส้นทางของแรง ใครออกแบบฐานรองรับอย่างจริงจัง
และใครรับผิดชอบงานจนจบกระบวนการ SUCOOT คือทีมวิศวกรที่มองทั้งระบบ ตั้งแต่ยอดแบบหล่อ จนถึงดินที่รองรับขานั่งร้าน เพราะสำหรับเรา “โครงสร้างชั่วคราว ต้องมั่นคงเทียบเท่าโครงสร้างถาวร”
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ งานก่อสร้างสะพาน หรือ ปรึกษาเรื่องการออกแบบ
ติดต่อ ดร.อาร์ต บริษัท ซูคูท ไทย สคัฟโฟลด์
Tel & Line . 089-641-1766
เว็บไซต์: www.sucoot.co.th

